Skip to main content
Help › ไฟล์งานและการเตรียมพิมพ์

คำถามเรื่องไฟล์งานและการเตรียมพิมพ์

อัปโหลดไฟล์ไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นต่อ

มีคนเปิดดูไฟล์ของคุณจริง ก่อนขึ้นแท่นพิมพ์ เราตรวจความละเอียดที่ขนาดพิมพ์จริง โหมดสี เส้นไดคัท ระยะตัดตก และดูว่ามีตัวอักษรหรือรายละเอียดสำคัญอยู่ชิดขอบเกินไปจนอาจโดนตัดหรือไม่ ถ้ามีจุดไหนที่จะพิมพ์ออกมาไม่ตรงกับที่คุณคาดไว้ เราอีเมลแจ้งก่อนพิมพ์ ไม่ใช่หลังพิมพ์

การตรวจนี้ทำทุกออร์เดอร์ ทุกขนาด รวมถึง Try 10 First 149 บาทด้วย นี่คือเหตุผลที่คำตอบด้านล่างส่วนใหญ่เป็น เราจะแจ้งให้ทราบ ไม่ใช่ งานของคุณจะพิมพ์ไม่ได้

ช่วยออกแบบฉลากให้ได้ไหม

ตอนนี้เรายังไม่มีบริการออกแบบ จึงไม่สามารถออกแบบฉลากให้ตั้งแต่ต้นได้ สิ่งที่เราทำให้คือเตรียมไฟล์ที่คุณส่งมาให้พร้อมพิมพ์ ทั้งโหมดสี เส้นไดคัท ระยะตัดตก และความละเอียด ตรวจและแก้ให้ก่อนพิมพ์

ถ้ามีคำสั่งเฉพาะ เขียนใส่ไฟล์ .txt แล้วอัปโหลดมาพร้อมงานออกแบบ หรือพิมพ์ลงในช่องหมายเหตุในระบบแก้ไขงาน ถ้าไฟล์ยังไม่มีเส้นไดคัท บอกรูปทรงที่ต้องการไว้ในช่องหมายเหตุ แล้วเราทำให้ตอนตรวจไฟล์

ไฟล์งานควรมีความละเอียดเท่าไหร่

ภาพแรสเตอร์ควรมีความละเอียด 300 DPI ที่ขนาดพิมพ์จริง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด เพราะ 300 DPI ที่ขนาด 2 ซม. ไม่ใช่ 300 DPI เมื่อขยายเป็น 10 ซม. ส่วนโลโก้และข้อความ ให้ใช้ไฟล์เวกเตอร์ ซึ่งไม่มีความละเอียดให้ผิดตั้งแต่แรก

ถ้าไฟล์ความละเอียดต่ำจะเป็นอย่างไร

เราแจ้งให้ทราบก่อนพิมพ์ ไฟล์ความละเอียดต่ำมักยังพอใช้ได้ที่ขนาดสติ๊กเกอร์ เพราะยิ่งพิมพ์เล็ก ยิ่งมองไม่ค่อยออก แต่จุดที่เห็นชัดคือตัวอักษรเล็ก เส้นบาง และขอบที่ต้องคม คุณเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะพิมพ์ตามไฟล์เดิม หรือส่งไฟล์ใหม่มา

ไฟล์ที่ปลอดภัยที่สุดคือ PDF แบบเวกเตอร์ เพราะไม่มีความละเอียดให้ผิด

รองรับไฟล์นามสกุลอะไรบ้าง

รองรับ PDF, PNG, JPEG, SVG, TIF, AI และ PSD ไฟล์ที่พิมพ์ออกมาคมชัดที่สุดและสีตรงที่สุดคือ PDF โหมด CMYK ที่เก็บเวกเตอร์ไว้และแปลงข้อความเป็นเส้นแล้ว

เรื่องที่เข้าใจผิดกันบ่อย การเซฟภาพถ่ายเป็นไฟล์ .ai หรือ .pdf ไม่ได้ทำให้ภาพนั้นกลายเป็นเวกเตอร์ ภาพข้างในยังเป็นแรสเตอร์ที่ความละเอียดเดิม ถ้าโลโก้ของคุณมีแค่ไฟล์ JPEG หรือ PNG มันก็จะพิมพ์ออกมาแบบนั้น

ฟอนต์ที่ใช้จะพิมพ์ออกมาตรงกับที่ออกแบบไว้ไหม

ตรงแน่นอน ถ้าแปลงข้อความทั้งหมดเป็นเส้น (Create Outlines) ก่อนส่งไฟล์ เพราะเมื่อแปลงแล้ว ตัวอักษรกลายเป็นรูปทรง ไม่ต้องพึ่งไฟล์ฟอนต์ในเครื่องเราอีกต่อไป จึงไม่มีทางที่ฟอนต์จะหายหรือถูกแทนที่ด้วยฟอนต์อื่น

ถ้าส่งมาโดยยังไม่แปลง เราจะแจ้งตอนตรวจไฟล์ ฟอนต์ภาษาไทยที่มีสระและวรรณยุกต์ซ้อนกันเป็นจุดที่พลาดบ่อยที่สุด เพราะถ้าฟอนต์ถูกแทนที่ ตำแหน่งวรรณยุกต์จะเลื่อน

มีเทมเพลตเส้นไดคัทให้ไหม

ตอนนี้ยังไม่มีไฟล์เทมเพลตให้ดาวน์โหลด แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ ตั้งขนาดอาร์ตบอร์ดให้เท่ากับขนาดจริงของงาน วาดเส้นไดคัทตามขั้นตอนสร้างเส้นไดคัทเอง แล้วอัปโหลดได้เลย
ถ้าไม่อยากวาดเอง อัปโหลดไฟล์มาได้เลย แล้วเขียนบอกรูปทรงที่ต้องการไว้ในช่องหมายเหตุ เราทำเส้นไดคัทให้ตอนตรวจไฟล์ และให้ดูในปรู๊ฟก่อนผลิต

ส่งไฟล์งานมาทางไหน

อัปโหลดไฟล์ในหน้าสั่งซื้อตอนเลือกสเปกงาน ไฟล์จะไปพร้อมกับคำสั่งซื้อเลย รองรับ PDF, PNG, JPEG, SVG, TIF, AI และ PSD ไฟล์ที่ได้ผลแน่นอนที่สุดคือ PDF โหมด CMYK
ถ้าอยากให้ช่วยดูไฟล์ก่อนสั่ง ส่งมาทางไลน์ @heyprint หรือฟอร์มติดต่อได้เลย

ส่งไฟล์ที่ระบุสี Pantone มาได้ไหม

ส่งมาได้ แต่เราพิมพ์ด้วยระบบ CMYK ทั้งหมด ถ้าไฟล์ระบุสีเป็น PMS เราจะพิมพ์ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่ CMYK ทำได้ สีที่แปลงยากที่สุดคือเขียวสด ส้มสด และสีนีออน ซึ่ง CMYK ผสมออกมาไม่ถึง

ถ้าสีแบรนด์ต้องตรงจริง ๆ ให้พิมพ์ตัวอย่างก่อนสั่งจริง Try 10 First ราคา 149 บาท ส่งฟรี

เตรียมไฟล์ของคุณให้พร้อมสำหรับการพิมพ์

คู่มือนี้บอกวิธีตั้งค่าไฟล์ให้พิมพ์ออกมาตรงกับที่ออกแบบไว้ ถ้ามีขั้นตอนไหนที่ไม่คุ้น ฝากข้อความไว้ในระบบแก้ไขงานได้เลย แล้วเราจัดการให้ คุณไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์โรงพิมพ์เพื่อสั่งงานกับเรา

โหมดสีของเอกสาร
ตั้งไฟล์เป็น โหมด CMYK ตั้งแต่เริ่มออกแบบ ถ้าออกแบบเป็น RGB แล้วค่อยแปลงตอนท้าย สีจะเปลี่ยนไปจากที่เห็นบนจอ และอาจพิมพ์ออกมาไม่ตรงกับที่ตั้งใจ
วิธีเปลี่ยนโหมดสีเป็น CMYK
ใน Photoshop:
เปิดไฟล์ของคุณ
ไปที่ Image → Mode → CMYK
ใน Illustrator:
เปิดไฟล์ของคุณ
ไปที่ File → Document Color Mode → CMYK

เส้นไดคัท
เส้นไดคัทคือเส้นที่บอกเราว่าจะตัดสติ๊กเกอร์หรือฉลากตรงไหน ตั้งขนาดไฟล์ให้เท่ากับขนาดจริงที่ต้องการ แล้วสร้างเส้นไดคัทตามนี้
1. เปิดงานของคุณใน Adobe Illustrator
2. สร้างสีพิเศษ (Spot Color) ค่าสี (0, 100, 0, 0) ตั้งชื่อว่า Cut
3. วาดเส้นไดคัทเป็นเส้นปิด ตั้ง Stroke Color เป็น Cut และ Fill Color เป็น None

ต้องใส่เส้นไดคัทและระยะตัดตกมาในไฟล์ไหม

ต้องใส่ ระบุเส้นไดคัทให้ชัดเจนในไฟล์ เราจะได้รู้ว่าจะตัดชิ้นงานตรงไหน และถ้างานออกแบบมีสีหรือภาพชนขอบ ให้ขยายงานเลยเส้นไดคัทออกไป 1.5 มม. เพื่อไม่ให้เกิดขอบขาวบาง ๆ ถ้าการตัดคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย

ตัวเลข 1.5 มม. เล็กกว่า 3 มม. ที่โรงพิมพ์ออฟเซ็ตส่วนใหญ่ขอ เพราะเราไดคัทด้วยระบบดิจิทัลที่อ่านตำแหน่งจากมาร์คที่พิมพ์ไว้ ไม่ได้ตัดทีละปึกด้วยเครื่องเจียน ค่าความคลาดเคลื่อนจึงแคบกว่า และคุณเสียพื้นที่งานน้อยกว่า ด้วยเหตุผลเดียวกัน ให้เก็บรายละเอียดสำคัญไว้ห่างจากเส้นไดคัทเข้ามาด้านใน 1.5 มม. เช่นกัน

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสร้างเส้นไดคัทเอง

เก็บรายละเอียดสำคัญให้ห่างจากเส้นไดคัทเข้ามาด้านใน อย่างน้อย 1.5 มม. และถ้างานมีสีหรือภาพชนขอบ ให้ขยายงานเลยเส้นไดคัทออกไป 1.5 มม. เช่นกัน

1. เปิดไฟล์อาร์ตเวิร์กใน Adobe Illustrator
2. สร้างสีพิเศษ (Spot Color) ค่าสี (0, 100, 0, 0) ตั้งชื่อว่า Cut
3. วาดเส้นไดคัทเป็นเส้นปิด (Closed Path) ตั้ง Stroke Color เป็น Cut ตั้ง Fill Color เป็น None และตั้ง Stroke Weight เป็น 0.15 มม.
4. สำคัญ ตั้งค่า Cut เป็น Overprint Stroke

ทำพื้นหลังใสต้องตั้งค่าไฟล์อย่างไร

เว้นพื้นที่ส่วนนั้นให้ว่างในไฟล์ ไม่ต้องใส่สีพื้นหลังหรือพื้นขาว เมื่อพิมพ์บนสติ๊กเกอร์ใส ตรงไหนที่ไฟล์ว่างไว้จะไม่มีหมึกลงเลย จึงมองทะลุเห็นผิวด้านหลัง
มีสองเรื่องที่ควรเช็ก เรื่องแรก เซฟเป็น PDF หรือ PNG เพราะ JPEG เก็บพื้นใสไม่ได้และจะเติมพื้นขาวให้เอง เรื่องที่สอง หมึก CMYK บนวัสดุใสจะโปร่งแสงเล็กน้อย ถ้าอยากให้สีทึบ เขียนขอหมึกขาวรองพื้นไว้ในช่องหมายเหตุ

ทำสติ๊กเกอร์ไม่ให้มีขอบขาวได้ไหม

ได้ ขยายลายให้เลยเส้นไดคัทออกไป 1.5 มม. ทุกด้าน เรียกว่าระยะตัดตก (Bleed) เวลาตัดจะได้ตัดลงบนเนื้อลาย ไม่ใช่ตรงขอบลายพอดี
ส่วนตัวอักษรและรายละเอียดสำคัญ ให้เก็บไว้ห่างจากเส้นไดคัทเข้ามาด้านในอย่างน้อย 1.5 มม.

จะกำหนดอย่างไรว่าส่วนไหนของงานจะโชว์เนื้อวัสดุ

บนวัสดุ โฮโลแกรม ใส และเมทัลลิกสีเงิน เนื้อวัสดุจะโชว์ออกมาทุกจุดที่ไม่มีหมึกขาวรองไว้ ดังนั้นการเลือกว่าจะให้ตรงไหนโชว์เอฟเฟกต์ ก็คือการเลือกว่าจะลงหมึกขาวตรงไหน

ทำได้สองแบบ แบบง่ายคือเขียนหมายเหตุในคำสั่งซื้อว่าส่วนไหนอยากให้โชว์เนื้อวัสดุและส่วนไหนอยากให้ทึบ เขียนสั้น ๆ ให้ชัดเจนพอ ถ้าเราอ่านแล้วไม่แน่ใจ เราอีเมลถามกลับก่อน แบบละเอียดคือสร้างเลเยอร์ White Underprint เอง ตามขั้นตอนในหัวข้อถัดไป

ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน เราส่งตัวอย่างงาน (Content Proof) ให้ตรวจก่อนเริ่มผลิตเสมอ คุณจึงได้เห็นว่าเราเข้าใจตรงกับที่คุณต้องการหรือไม่ ก่อนที่จะพิมพ์อะไรทั้งสิ้น

พิมพ์บนวัสดุที่ไม่ใช่พื้นขาว ทำอย่างไรให้สีสด

ต้องพิมพ์หมึกขาวรองพื้นไว้ข้างใต้ เพราะบนวัสดุที่ไม่ใช่พื้นขาว หมึก CMYK มีความโปร่งแสง เนื้อวัสดุจึงย้อมสีทุกอย่างที่พิมพ์ทับลงไป การรองพื้นด้วยหมึกขาวทำให้สีมีฐานทึบ และออกมาตรงกับที่ออกแบบไว้

1. สร้างเลเยอร์ใหม่ ตั้งชื่อว่า White Underprint
2. สร้างสีพิเศษ (Spot Color) ตั้งชื่อว่า White ค่าสี (0, 15, 10, 0)
3. ตั้งค่า White เป็น Overprint
4. ลงสี White ในบริเวณที่ต้องการให้ทึบ
5. บันทึกเป็น PDF โหมด CMYK แล้วอัปโหลด พร้อมเขียนหมายเหตุว่ามีเลเยอร์หมึกขาวมาด้วย เราจะได้ตรวจก่อนพิมพ์